หน้าแรก

หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง แบ่งแยกชนิด ได้ 3 แบบ คือ

1.หม้อแปลงชนิดแกนเหล็ก (Iron Core Transformer) หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดนี้ใช้แผ่นเหล็กชนิดบางหลายๆแผ่นซ้อนกันเป็นชั้นๆ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นลักษณะรูปตัว E กับ ตัว I ประกอบกันเป็นแกนซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในงานทั่วไปที่มีความถี่ของไฟฟ้าไม่สูงมากเท่าไหร่ เช่น หม้อแปลงในงานส่งกำลังไฟฟ้าหรือหม้อแปลงแปลงแรงดันไฟฟ้าตามบ้านเรือนทั่วไป เป็นแรงดันต่ำๆตามที่ต้องการ หม้อแปลงชนิดนี้จึงมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการเปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟ้า

2.หม้อแปลงชนิดแกนเฟอร์ไรท์ (Ferrite Core Transformer) หม้อแปลงชนิดนี้จะทำงานในระบบไฟฟ้าที่มีความถี่สูงขึ้นกว่าหม้อแปลงแบบชนิดแกนเหล็ก เช่น ในเครื่องรับเครื่องส่งวิทยุหรือในวงจรสวิตชิ่ง เพราะกระแสไฟฟ้ามีความถี่สูงจึงไม่สามารถใช้หม้อแปลงชนิดแกนเหล็กได้

3.หม้อแปลงชนิดแกนอากาศ (Air Core Transformer) หม้อแปลงชนิดนี้จะใช้ความถี่ไฟฟ้าสูงมากๆ เช่นในเครื่องรับเครื่องส่งวิทยุความถี่สูง

ยุหรือในวงจรสวิตชิ่ง เพราะกระแสไฟฟ้ามีความถี่สูงจึงไม่สามารถใช้หม้อแปลงชนิดแกนเหล็กได้

3.หม้อแปลงชนิดแกนอากาศ (Air Core Transformer) หม้อแปลงชนิดนี้จะใช้ความถี่ไฟฟ้าสูงมากๆ เช่นในเครื่องรับเครื่องส่งวิทยุความถี่สูง

หม้อแปลงแบ่งออกตามการใช้งานของระบบไฟฟ้ากำลังได้ 2 แบบคือ หม้อแปลงไฟฟ้าชนิด 1 เฟส และหม้อแปลงไฟฟ้าชนิด 3 เฟส หม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ใช้ในการแปลงระดับไฟฟ้าโดยแหล่งจ่ายที่ต่อเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นแหล่งจ่ายชนิด 3 เฟส ซึ่งระบบ 3 เฟสเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

 

บางกอกพัฒนาหม้อแปลงไฟฟ้า เราคือผู้ผลิตจำหน่าย ให้เช่า ซ่อมบำรุง ดูแลหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงทุกชนิด ในราคาพิเศษพร้อมส่วนลดเพิ่ม งานด่วนรับสินค้าภายใน 3 วัน จัดส่งฟรีทั่วประเทศ

รับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปีเต็ม

ฟรี ค่าทดสอบจากการไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหาภายใน 1 เดือน เปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที

ฟรี หม้อแปลงสำรองใช้งาน กรณีหม้อแปลงมีปัญหา

ฟรี ค่าแรงทุกกรณีตลอดอายุรับประกัน

ฟรี ขนส่งกรุงเทพๆและปริมณฑล ระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตร

ฟรี ค่าขนส่งทั่วประเทศเมื่อสั่งซื้อหม้อแปลงขนาด 500 kVA ขึ้นไป

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณ จิรวัฒน์  081-134-4888  

คุณ นภาพร  081-946-4344

                                          
                           http://www.bangkoktransformer.co.th/

  


หม้อแปลงไฟฟ้าอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับจากวงจรหนึ่งไปยังอีกวงจรหนึ่งโดยวิธีทางวงจรแม่เหล็กซึ่งไม่มีจุดต่อไฟฟ้าถึงกันและไม่มีชิ้นส่วนทางกลเคลื่อนที่ โดยทั่วไปเราใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อแปลงแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้มีขนาดลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากเดิมโดยมีความถี่ไฟฟ้าคงเดิม

หม้อแปลงแบ่งออกตามการใช้งานของระบบไฟฟ้ากำลังได้ 2 แบบคือ

หม้อแปลงไฟฟ้าชนิด 1 เฟส และหม้อแปลงไฟฟ้าชนิด 3 เฟส หม้อแปลงไฟฟ้า เฟส ใช้ในการแปลงระดับไฟฟ้าโดยแหล่งจ่ายที่ต่อเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นแหล่งจ่ายชนิด เฟส ซึ่งระบบ เฟสเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย และงานอุตสาหกรรมแต่ละชนิดมีโครงสร้างสำคัญประกอบด้วย   

1. ขดลวดตัวนำปฐมภูมิ (Primary Winding) ทำหน้าที่รับแรงเคลื่อนไฟฟ้า

2. ขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding) ทำหน้าที่จ่ายแรงเคลื่อนไฟฟ้า

3. แผ่นแกนเหล็ก (Core) ทำหน้าที่เป็นทางเดินสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและให้ขดลวดพันรอบแกนเหล็ก

4. ขั้วต่อสายไฟ (Terminal) ทำหน้าที่เป็นจุดต่อสายไฟกับขดลวด

5. แผ่นป้าย (Name Plate) ทำหน้าที่บอกรายละเอียดประจำตัวหม้อแปลง

6. อุปกรณ์ระบายความร้อน (Coolant) ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับขดลวด เช่น อากาศ พัดลม น้ำมัน หรือใช้ทั้งพัดลมและน้ำมันช่วยระบายความร้อน

7. โครง (Frame) หรือตัวถังของหม้อแปลง (Tank) ทำหน้าที่บรรจุขดลวด แกนเหล็กรวมทั้งการติดตั้งระบบระบายความร้อนให้กับหม้อแปลงขนาดใหญ่

8. สวิตช์และอุปกรณ์ควบคุม (Switch Controller) ทำหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนขนาดของแรงเคลื่อนไฟฟ้าและมีอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย

 

แบบและชนิดของหม้อแปลงไฟฟ้า

1. หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง (Power Transformer)

2. หม้อแปลงจำหน่าย (Distribution Transformer)

3. หม้อแปลงสำหรับเครื่องมือวัด (Instrument Transformer)

4. หม้อแปลงสำหรับความถี่สูง (High frequency Transformer)

 

สำหรับหม้อแปลงจำหน่ายที่ใช้งานทั่วไปของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น 2 ระบบคือ

1. ระบบ 1 เฟส 3 สาย มีใช้งาน 4 ขนาดคือ 10 KVA , 20 KVA , 30 KVA , 50 KVA

2. ระบบ 3 เฟส 4 สาย มีหลายขนาดได้แก่ 30, 50, 100, 160, 250, 315, 400, 500, 1000, 1250, 1500, 2500 KVA.

หม้อแปลงที่ติดตั้งเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วไปของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดให้ใช้ได้ตั้งแต่ขนาด 10 KVA. 1 เฟส จนถึง 250 KVA. 3 เฟส (ยกเว้น 30 KVA. 3 เฟส) นอกเหนือจากนี้เป็นหม้อแปลงที่ติดตั้งให้ผู้ใช้ไฟเฉพาะราย

แกนเหล็กซึ่งใช้เป็นทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็กในหม้อแปลงไฟฟ้า ผลิต จากแผ่นเหล็กซิลิคอนรีดเย็นแบบจัดเรียงทิศทาง (Cold Rolled Grain-Oriented Magnetic Steel Laminations) ที่มีคุณสมบัติตอบสนองต่อเส้นแรงแม่เหล็กไฟฟ้าได้สูงสุด และด้วยวิธีการวางตำแหน่งต่อกันของเหล็กแบบ STEP-LAP ทำให้เส้นแรงเดินทางเป็นเส้นตรงตลอดแนวเนื้อแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่นหนึ่งเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ มีการพันคอยล์แรงสูงได้หลายแบบ เช่น แบบพันทับเป็นชั้นๆ หรือ แบบแยกเป็นชุดโดยใช้ลวดแรงสูงทั้งชนิดลวดกลมเคลือบน้ำยา (Enamel Wire) ทนอุณหภุมิสูง ตั้งแต่ 120 องศาเซลเซียส ถึง 200องศาเซลเซียส หรือใช้ลวดสี่เหลี่ยมหุ้มกระดาษฉนวนซึ่งไม่ทำปฎิกิริยากับน้ำมันหม้อแปลง ขด ลวดจะถูกพันด้วยเครื่องจักรที่สามารถควบคุมแรงดึงให้คงที่จึงมีคุณสมบัติทน การกระทำทางไฟฟ้าสูงทั้งการลัดวงจร (SHORT CIRCUIT) และแรงดันฟ้าผ่า (IMPULSE VOLTAGE)

ตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าผลิต จากเหล็กกล้าคุณภาพสูง รูปแบบตัวถังแบบ CORRUGATE ซึ่งผลิตจากแผ่นเหล็กยาวทำให้เกิดรอยเชื่อมน้อยจึงสามารถป้องกันปัญหารั่ว ซึมได้ 100 % และด้วยตัวถังที่มีความยืดหยุ่นสูง (ELASTIC )สามารถเพิ่มปริมาตรด้วยตัวเองได้ที่ครีบ CORRUGATE ขณะใช้งานหนักหรือเมื่อเกิดผิดปกติขึ้นในหม้อแปลงไฟฟ้า

การติดตั้งหม้อแปลงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมี 3 แบบคือ

1. แบบแขวน ใช้สำหรับติดตั้งหม้อแปลง 1 เฟส ขนาดตั้งแต่ 10-160 KVA

2. แบบนั่งร้าน ใช้สำหรับติดตั้งหม้อแปลง 3 เฟส ขนาดตั้งแต่ 50-250 KVA (กฟภ) และตั้งแต่ 50 - 500 KVA (เฉพาะราย) ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3000 กิโลกรัม หากต้องการติดตั้งหม้อแปลงที่มีน้ำหนักมากกว่า 3000 กิโลกรัม เช่น 1250-2000 kVA สามารถทำได้โดยการเสริมเสาค้ำยันตรงกลางคานเพื่อรับน้ำหนังหม้อแปลงอีกเสาหนึ่ง แต่จะต้องมีวิศวกรโยธารับรองโครงสร้างด้วย

3. แบบตั้งพื้น ใช้สำหรับติดตั้งหม้อแปลง เฟส ขนาดตั้งแต่ 315-2,000 KVA

การตรวจสภาพทั่วไปของหม้อแปลง

1. ตรวจสอบการติดตั้งให้ถูกต้องตามมาตรฐาน

2. ตรวจสอบล่อฟ้าแรงสูง, dropout, ฟิวส์สวิตซ์แรงต่ำ ให้อยู่ในสภาพครบถ้วนและขนาดถูกต้องตามพิกัด

3. ตรวจดูที่ดูดความชื้นโดยสังเกตที่สีของ silica gel ถ้าเป็นสีชมพูแสดงว่าเสื่อทสภาพ ต้องเปลี่ยนใหม่

4. ตรวจสอบหัวต่อที่บุชชิ่งหม้อแปลงไม่ให้หลวมเพื่อกันการอาร์ก

5. ตรวจซีลของหม้อแปลงทั้งหมด เพื่อป้องกันน้ำมันหม้อแปลงไหลซึมออกมา

6. ตรวจดูระดับน้ำมันที่ถังอะหลั่ย

7. ตรวจสอบกราวด์ต่างๆ ของหม้อแปลงและระบบป้องกัน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยถูกต้องตามมาตรฐาน

8. ตรวจสอบขนาดสายแรงต่ำและจำนวนสายที่ออกจากบุชชิ่งแรงต่ำถึงฟิวส์แรงต่ำ

9. ตรวจสอบคานนั่งร้านหม้อแปลง

10. ตรวจสอบความต้านทานของสายดินและล่อฟ้าแรงสูงให้อยู่ในพิกัดไม่เกิน 5 โอห์ม

 

การปลดไฟฟ้าออกจากหม้อแปลง

1. ควรใช้ไม้ชักฟิวส์ปลด dropout fuse เท่านั้นไม่ควรใช้ไม้ชนิดอื่นและไม้ชักฟิวส์ต้องไม่เปียกชื้นและต้องใส่ถุงมือยางและถุงมือหนังทุกครั้ง

2. ยืนอยู่ในที่มั่นคงมิให้เสียการทรงตัว ขณะที่ยกไม้ชักฟิวส์หรือไม้ชักฟิวส์โน้มลงขณะชักออก

3. การปลดแรงสูงออก ควรชักด้วยความเร็วพอประมาณ เพื่อลดการอาร์กที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้หน้าสัมผัสชำรุด และให้ชักเฟสที่อยู่ห่างจากเสาก่อน

4. กรณีอุปกรณ์ป้องกันด้านแรงต่ำของหม้อแปลงใช้คัทเอาท์แรงต่ำแบบฟิวส์ธรรมดา ให้ปลดแรงสูงก่อนแล้วจึงปลดแรงต่ำ 

    เพราะการอาร์กขณะชักที่แรงต่ำจะเป็นอันตรายแก่ผู้ชักมากกว่าแรงสูง เนื่องจากผู้ปฏิบัติอยู่ใกล้อุปกรณ์แรงต่ำมาก

5. กรณีอุปกรณ์ป้องกันด้านแรงต่ำของหม้อแปลงใช้ LT switch แบบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ปลดด้านแรงต่ำก่อน

6. ทำกราวด์และช็อตแรงต่ำระบบจำหน่าย เพื่อป้องกันแรงดันไฟฟ้าจ่ายย้อนกลับจากผู้ใช้ไฟ

 

การสับไฟฟ้าเข้าหม้อแปลง

1. ปลดสายช็อตและกราวด์ที่ทำไว้ในระบบจำหน่าย

2. กรณีอุปกรณ์ป้องกันด้านแรงต่ำของหม้อแปลงใช้คัทเอาท์แรงต่ำแบบฟิวส์ธรรมดาให้สับสวิตซ์คัทเอาท์แรงต่ำก่อนสับแรงสูง

3. กรณีอุปกรณ์ป้องกันด้านแรงต่ำของหม้อแปลงใช้ LT switch แบบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้สับสวิตซ์แรงต่ำหลังสับแรงสูง

4. การสับจ่ายแรงสูง-แรงต่ำ ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เที่ยงตรงและรวดเร็วให้ได้ในครั้งเดียวเพื่อมิให้เกิดอาร์กมาก และให้สับจ่ายเฟสที่อยู่ใกล้เสาก่อน

 

 


 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

คุณ จิรวัฒน์ 081-134-4888

คุณ นภาพร 081-946-4344

 

 

บริษัท บางกอกพัฒนา หม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด

78 ซ.เทียนทะเล19 ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล ท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150

Tel: 02-416-2957-8

Fax: 02-416-2891

E-mail: info@bkptransformer.com

E-mail: bkptransformer@hotmail.com

http://www.หม้อแปลงไฟ.com   

http://www.xn--72c3bnfv7ap4n4a8b.com

http://www.bangkoktransformer.co.th/

 

Visitors: 46,701